วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ฐานความรู้ 84 ฐาน ณ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา

ฐานความรู้ พระปรีชาสามารถด้านจิตมกรรม


ในเดือนตุลาคม ๒๕๐๘ ได้มีพระราชประสงค์ที่จะทรงทดลองหล่อพระเศียรพระพุทธรูปด้วยพระองค์เองจากแบบพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว โปรดเกล้าฯ ในครั้งนี้ทรงหล่อจากพระเศียรต่ำลงมาถึงพระอุระ เมื่อทรงหล่อเสร็จแล้วได้มีพระราชกระแสรับสั่งที่จะทรงหล่อท่อนล่างต่อให้ครบองค์ โดยมีพระราชประสงค์ในการเปลี่ยนแปลงพระกรพระหัตถ์ด้านขวาซึ่งหงายให้คว่ำลง เป็นแบบปางมารวิชัยหรือสะดุ้งมาร ส่วนฐานตอนล่างโปรดเกล้าฯ ให้เป็นฐานเขียงเรียบ ๆ ในการทำแม่พิมพ์ท่อนล่างนี้พบว่ามีความยากลำบากในการต่อพระกรและองค์พระท่อนบนเข้ากับท่อนล่าง ทรงนำพระท่อนบนที่หล่อครึ่งองค์ไว้แล้วนั้นไปตัดออก แล้วทรงต่อกับท่อนล่างที่ทรงหล่อภายหลัง จนเข้าด้วยกันทั้งองค์อย่างเรียบร้อยงดงามในเดือนมกราคม ๒๕๐๙ ได้ทรงหล่อพระปางมารวิชัยทั้งองค์ขึ้นอีกองค์หนึ่ง ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ โดยมีฐานขององค์พระพุทธรูปเป็นฐานเขียง ต่อมาโปรดเกล้า ฯ ให้ฐานพระพุทธรูปเป็นกลีบบัวมีขนาดพอที่จะทรงบรรจุพระพิมพ์ส่วนพระองค์ได้ และในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๙ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อหล่อพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว มีฐานเป็นกลีบบัวทรงบรรจุพระพิมพ์ส่วนพระองค์ไว้ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององค์พระพุทธรูปด้วย โปรดเกล้าฯ ให้หล่อเป็นจำนวน ๑๐๐ องค์ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อพระราชทานไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร และได้โปรดเกล้าฯ ให้ขนานพระนามพระพุทธรูปนั้นว่า "พระพุทธนวราชบพิตร" พระพุทธนวราชบพิตรนี้ได้พระราชทานให้จังหวัดต่างๆ เช่น หนองคาย อุดรธานี และกรุงเทพมหานครเป็นต้น นอกจากนี้พระราชทานให้กับหน่วยทหารที่ไปปฏิบัติราชการ ณ ประเทศเวียดนาม พระพุทธรูปองค์นี้จะเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป และเป็นนิมิตหมายแห่งความผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างพระมหากษัตราธิราช กับบรรดาพสกนิกรของพระองค์ในทุกจังหวัดทั่วพระราชอาณาจักร และพระพิมพ์ส่วนพระองค์ซึ่งได้บรรจุไว้ที่ฐานบัวหงายนั้น ก็มีส่วนประกอบของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในพระองค์ด้วย พระพุทธนวราชบพิตรจึงเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งศาสนิกชนทั่วราชอาณาจักรได้ปฏิบัติบูชาสืบเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน
          ในระยะหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชภารกิจมาก ไม่มีเวลาที่จะทรงสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมให้เป็นที่ปรากฏอีก แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานฝีพระหัตถ์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะและพระปรีชาสามารถทางด้านประติมากรรมอย่างชัดแจ้ง